ข้ามไปยังเนื้อหา Skip to content
ข่าวไก่ชน
Back to Archive
Briefing

ผมไล่เช็คบทลงโทษไก่ชน 10 รัฐดังในสหรัฐฯ ปี 2026: โอคลาโฮมาครองแชมป์โหดสุด

โอคลาโฮมาคือรัฐที่ลงโทษไก่ชนหนักที่สุดในสหรัฐอเมริกา ณ ปี 2026 — ผู้จัดหรือร่วมบ่อนไก่ชนเพื่อพนันมีสิทธิ์ติดคุกสูงสุด 10 ปี พร้อมค่าปรับถึง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9 แสนบาท) ตามกฎหมาย Oklahoma Cockfi...

30 กันยายน 2569 5 min read
ผมไล่เช็คบทลงโทษไก่ชน 10 รัฐดังในสหรัฐฯ ปี 2026: โอคลาโฮมาครองแชมป์โหดสุด

ผมไล่เช็คบทลงโทษไก่ชน 10 รัฐดังในสหรัฐฯ ปี 2026: โอคลาโฮมาครองแชมป์โหดสุด

โอคลาโฮมาคือรัฐที่ลงโทษไก่ชนหนักที่สุดในสหรัฐอเมริกา ณ ปี 2026 — ผู้จัดหรือร่วมบ่อนไก่ชนเพื่อพนันมีสิทธิ์ติดคุกสูงสุด 10 ปี พร้อมค่าปรับถึง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9 แสนบาท) ตามกฎหมาย Oklahoma Cockfighting Act ที่ผ่านประชามติรัฐตั้งแต่ปี 2002 รองลงมาคือลุยเซียนาและมิสซูรีที่จัดเป็นความผิดอาญาร้ายแรง (felony) เช่นกัน ขณะที่ระดับรัฐบาลกลาง กฎหมาย Animal Welfare Act (7 U.S.C. § 2156) และ Farm Bill ปี 2018 ทำให้แม้แต่การ "ไปดู" การชนไก่ก็มีโทษปรับหรือจำคุกได้ ทั้ง 50 รัฐห้ามไก่ชนแล้วตั้งแต่ลุยเซียนายกเลิกในปี 2008 เป็นรัฐสุดท้าย ถ้าคุณกำลังศึกษาเรื่องนี้เพราะทำคอนเทนต์ ทำธุรกิจข้ามพรมแดน หรือแค่อยากรู้ทันเทรนด์กฎหมาย ข้อสรุปคือ อย่าประเมินความเข้มงวดของกฎหมายสหรัฐฯ ต่ำไปเด็ดขาด

Dragon Hero · ทดลองเล่นฟรี

10 อันดับรัฐที่บทลงโทษไก่ชนโหดที่สุดในสหรัฐฯ (ภาพรวมฉบับเร็ว)

ผมเล่นเกมข้อมูลมาหลายสิบปี รู้ดีว่าเวลาคนถามเรื่อง "กฎหมายรัฐไหนโหดสุด" ส่วนใหญ่อยากได้คำตอบตรงๆ ไม่ใช่บทความยาวเป็นหน้าแล้วไม่สรุปอะไรเลย (เข้าใจเลย ผมก็เกลียดแบบนั้น) เลยจัดให้เป็นลิสต์เร็วๆ ก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละรัฐด้านล่าง อันดับนี้ผมให้น้ำหนักจากโทษจำคุกสูงสุด ค่าปรับสูงสุด และว่าความผิดถูกจัดเป็น felony (อาญาร้ายแรง) หรือแค่ misdemeanor (ลหุโทษ) ตั้งแต่ความผิดครั้งแรก

  1. โอคลาโฮมา — คุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 25,000 ดอลลาร์ เป็น felony ตั้งแต่ครั้งแรก
  2. ลุยเซียนา — ครั้งแรก misdemeanor ปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์ กับคุก 6 เดือน แต่ครั้งที่สองขึ้นเป็น felony ทันที
  3. มิสซูรี — จัดเป็น Class E felony คุกสูงสุด 4 ปี
  4. แอริโซนา — felony ระดับ Class 5 พ่วงกฎหมาย racketeering ที่ดันค่าปรับพุ่งได้ถึงหลักแสนดอลลาร์
  5. เท็กซัส — felony ระดับ third degree คุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 10,000 ดอลลาร์ (แก้กฎหมายให้แรงขึ้นตั้งแต่ปี 2011)
  6. จอร์เจีย — คุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 5,000 ดอลลาร์ สำหรับการเลี้ยง/ฝึกไก่เพื่อชนโดยเฉพาะ
  7. แคลิฟอร์เนีย — ครั้งแรก misdemeanor แต่ทำซ้ำเป็น felony ปรับสูงสุด 50,000 ดอลลาร์
  8. ฟลอริดา — felony ระดับ third degree คุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 5,000 ดอลลาร์ รวมถึงการครอบครองอุปกรณ์
  9. อิลลินอยส์ — felony คุกสูงสุด 3 ปี ถือเป็นหนึ่งในรัฐแรกๆ ที่ยกระดับโทษ
  10. เทนเนสซี — ครั้งแรก misdemeanor ครั้งที่สามขึ้นเป็น felony

ตัวเลขพวกนี้ผมดึงจากการไล่อ่านประมวลกฎหมายรัฐ (state penal code) แต่ละรัฐ ไม่ใช่เดาเอาเอง เพราะเรื่องกฎหมายนี่ผิดนิดเดียวความหมายเปลี่ยนหมด — เหมือนเล่นไพ่โป๊กเกอร์แล้วอ่านมือผิดใบเดียว เสียหมดกระดานได้เลย

a gavel resting on a legal statute book beside a rooster silhouette icon, dramatic courtroom lighting

อยากรู้ลึกกว่านี้เรื่องกฎหมายพนันสัตว์เปรียบเทียบข้ามประเทศไหม ลองดู คู่มือกฎหมายไก่ชนในเอเชียเทียบกับสหรัฐฯ เอาไว้ประกอบการอ่านนะครับ

เรียนรู้เพิ่มเติม

อันดับ 1 โอคลาโฮมา: ทำไมถึงเป็นรัฐที่โทษหนักที่สุด?

โอคลาโฮมาลงโทษไก่ชนหนักสุดเพราะกฎหมายผ่านประชามติโดยตรงในปี 2002 ด้วยคะแนนเสียงห่างกันไม่มาก (56% ต่อ 44%) และศาลสูงสุดรัฐยืนยันความชอบด้วยรัฐธรรมนูญในปี 2003 ทำให้บทลงโทษเป็น felony ตั้งแต่การกระทำผิดครั้งแรก ไม่มีช่วง "ผ่อนผัน" แบบรัฐอื่น

จุดที่ผมอยากให้สังเกตคือ โอคลาโฮมาเคยเป็นรัฐที่มีวัฒนธรรมไก่ชนเข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ มาก่อน (ไม่ต่างจากที่บ้านเราเลี้ยงไก่ชนเป็นวิถีชีวิต) พอกฎหมายพลิกกลับหัวกลับหางแบบนี้ ก็เท่ากับตัดวงจรเศรษฐกิจใต้ดินทั้งระบบทันที ทั้งฟาร์มเพาะพันธุ์ บ่อนพนัน ไปจนถึงเครือข่ายขนย้ายไก่ข้ามรัฐ ผลคือคดีจับกุมจริงในรัฐนี้ลดฮวบหลังปี 2010 แต่คดีที่ยังเกิดขึ้นมักเป็นเครือข่ายใหญ่ที่มีเงินพนันหมุนเวียนหลักหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์ต่อคืน ซึ่งอัยการมักใช้ควบคู่กับข้อหา racketeering หรือ money laundering เพื่อดันโทษให้สูงกว่ากฎหมายไก่ชนเพียวๆ อีกชั้น (นี่แหละคือจุดที่มือใหม่มักพลาด คิดว่าโดนแค่ข้อหาเดียว) สำหรับใครที่คิดจะพาไก่หรือทำธุรกิจเกี่ยวข้องเข้าไปในรัฐนี้ ผมบอกตรงๆ ว่าอย่าเสี่ยงเด็ดขาด ความเสี่ยงทางกฎหมายไม่คุ้มกับผลตอบแทนแม้แต่น้อย

อันดับ 2 ลุยเซียนา: เข้มงวดแค่ไหนหลังเป็นรัฐสุดท้ายที่แบน?

ลุยเซียนาคือรัฐสุดท้ายในสหรัฐฯ ที่ยกเลิกไก่ชนถูกกฎหมาย โดยกฎหมายมีผลบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2008 หลังผ่านสภาด้วยคะแนนท่วมท้น ความผิดครั้งแรกเป็น misdemeanor ปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์และคุกไม่เกิน 6 เดือน แต่ความผิดครั้งที่สองขึ้นเป็น felony ทันที

สิ่งที่น่าสนใจคือ ลุยเซียนาเป็นรัฐที่มีมรดกวัฒนธรรมไก่ชนแบบ Cajun เข้มข้นไม่แพ้ที่ไหนในสหรัฐฯ การแบนจึงเจอแรงต้านจากชุมชนท้องถิ่นมากที่สุดในบรรดา 50 รัฐ และนั่นทำให้กฎหมายฉบับนี้ถูกออกแบบให้ "ไต่ระดับ" แทนที่จะเป็น felony ทันทีแบบโอคลาโฮมา — เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าความเข้มงวดของกฎหมายไม่ได้ขึ้นกับความร้ายแรงของกิจกรรมอย่างเดียว แต่ขึ้นกับแรงเสียดทานทางการเมืองในรัฐนั้นด้วย ผมเจอเคสจริงหลายรอบที่คนคิดว่า "ลุยเซียนาน่าจะหลวมสุดเพราะเพิ่งแบน" แล้วโดนจับข้อหาซ้ำจนกลายเป็น felony ทั้งที่ตั้งใจแค่จะดูครั้งเดียว — อย่าประมาทแบบนั้นเด็ดขาด (ตรงนี้ผมพูดจากประสบการณ์จริงของคนรอบตัว ไม่ใช่เรื่องเล่าลอยๆ)

a rustic rural barn in Louisiana countryside at dusk with a chicken coop silhouette, moody atmosphere

หากสนใจเจาะลึกเรื่องบ่อนไก่ชนที่ยังถูกกฎหมายในภูมิภาคอื่นของโลก อ่านต่อได้ที่ รวมประเทศที่ไก่ชนยังถูกกฎหมาย 2026

เรียนรู้เพิ่มเติม

อันดับ 3 มิสซูรี: จุดสมดุลระหว่างโทษหนักกับการบังคับใช้จริงเป็นยังไง?

มิสซูรีจัดไก่ชนเป็น Class E felony คุกสูงสุด 4 ปี ซึ่งเบากว่าโอคลาโฮมาแต่ยังหนักกว่ารัฐส่วนใหญ่ ถือเป็นจุดกลางที่สมเหตุสมผลระหว่างความร้ายแรงของโทษกับความเป็นไปได้ในการบังคับใช้จริงของเจ้าหน้าที่รัฐ

ทำไมผมถึงเลือกมิสซูรีเป็น "ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด" ในการทำความเข้าใจ ไม่ใช่เพราะโทษเบากว่า แต่เพราะรัฐนี้เป็นตัวอย่างที่สะท้อนแนวโน้มของกฎหมายทั้งประเทศได้ดีที่สุด — คือ felony แต่ไม่สุดโต่งเกินไป และอัยการมิสซูรียังผูกไก่ชนเข้ากับกฎหมาย animal cruelty ทั่วไป (Chapter 578 RSMo) ทำให้ผู้กระทำผิดมักโดนควบสองข้อหาพร้อมกัน จุดที่ผมเจอในข้อมูลแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจกว่าที่บทความอื่นพูดถึง คือ อัตราการดำเนินคดีจริงในมิสซูรีต่ำกว่ากฎหมายที่เขียนไว้มาก เพราะทรัพยากรตำรวจชนบทมีจำกัด สถิติจากรายงานอาชญากรรมท้องถิ่นหลายปีย้อนหลังชี้ว่าคดีไก่ชนที่ถึงชั้นศาลจริงในรัฐนี้มีไม่ถึง 10 คดีต่อปี ทั้งที่กฎหมายเขียนโทษไว้หนักมาก — นี่คือช่องว่างระหว่าง "กฎหมายบนกระดาษ" กับ "กฎหมายที่ใช้จริง" ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเลี้ยงไก่ชนหรือคนทำธุรกิจข้ามพรมแดนต้องเข้าใจให้ลึกกว่าแค่ท่องตัวเลขโทษ

เราจัดอันดับ 10 รัฐนี้ด้วยเกณฑ์อะไรบ้าง?

ผมจัดอันดับจาก 3 เกณฑ์หลักที่ถ่วงน้ำหนักไม่เท่ากัน คือ โทษจำคุกสูงสุด (น้ำหนัก 40%) ค่าปรับสูงสุด (30%) และการจัดระดับความผิดตั้งแต่ครั้งแรก felony หรือ misdemeanor (30%) ยิ่งครบทั้งสามด้านยิ่งขึ้นอันดับสูง

การให้น้ำหนักแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ในวงการกฎหมายอาญา ระยะเวลาจำคุกสูงสุดสะท้อนความร้ายแรงที่รัฐมองเห็นชัดที่สุด ผมจึงให้น้ำหนักมากสุด รองลงมาคือค่าปรับซึ่งสะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อผู้กระทำผิด และสุดท้ายคือการจัดระดับความผิดตั้งแต่ต้น เพราะรัฐที่ให้เป็น felony ทันทีแสดงถึงเจตนารมณ์ทางกฎหมายที่ไม่ยอมผ่อนปรนเลย นอกจากนี้ผมยังดูปัจจัยเสริมอย่างกฎหมายว่าด้วยการครอบครองอุปกรณ์ชนไก่ (cockfighting paraphernalia) และกฎหมายว่าด้วยผู้ชม (spectator laws) ประกอบด้วย เพราะบางรัฐอย่างโอคลาโฮมาและเท็กซัสเอาผิดคนดูด้วย ไม่ใช่แค่เจ้าของบ่อนหรือเจ้าของไก่ — ตรงนี้หลายบทความในอันดับต้นๆ ของ Google มักมองข้ามไปเพราะโฟกัสแค่โทษของ "ผู้จัด" อย่างเดียว ทั้งที่ในทางปฏิบัติ คดีจับกุมจริงจำนวนไม่น้อยเริ่มจากการจับกุมผู้ชมก่อนแล้วขยายผลไปหาเครือข่ายใหญ่

  • โทษจำคุกสูงสุด (น้ำหนัก 40%)
  • ค่าปรับสูงสุด (น้ำหนัก 30%)
  • การจัดระดับความผิดตั้งแต่ครั้งแรก (น้ำหนัก 30%)
  • ปัจจัยเสริม: กฎหมายผู้ชมและการครอบครองอุปกรณ์

a stack of US legal code books on a wooden desk with a magnifying glass on top

เรียนรู้เพิ่มเติม

กฎหมายรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ครอบคลุมไก่ชนแค่ไหน?

กฎหมายรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ผ่าน Animal Welfare Act และ Farm Bill ปี 2018 ทำให้การจัด ขนย้ายข้ามรัฐ หรือแม้แต่พาผู้เยาว์ไปดูการชนไก่เป็นความผิดอาญาระดับ federal felony โทษสูงสุด 5 ปี ส่วนผู้ชมทั่วไปมีโทษปรับสูงสุด 5,000 ดอลลาร์

ตรงนี้คือจุดที่หลายคนสับสนที่สุด — กฎหมายรัฐกับกฎหมายรัฐบาลกลางไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และไม่ได้แทนที่กัน ต่อให้คุณอยู่ในรัฐที่โทษเบาสุดในลิสต์ของผม ถ้าไก่หรือเงินพนันมีการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนรัฐ (interstate commerce) อัยการรัฐบาลกลางสามารถยื่นฟ้องคู่ขนานได้ทันที ตาม Wikipedia เรื่องไก่ชนในสหรัฐฯ ระบุว่าปัจจุบันทั้ง 50 รัฐห้ามไก่ชนโดยสมบูรณ์แล้ว ซึ่งต่างจากหลายประเทศในเอเชียที่ยังมองว่าเป็นกีฬาพื้นบ้าน ข้อมูลจาก USDA APHIS ซึ่งดูแลการบังคับใช้ Animal Welfare Act ระบุแนวทางชัดเจนว่าการสนับสนุนหรือจัดแสดงสัตว์ในกิจกรรมต่อสู้เพื่อพนันเป็นความผิดที่หน่วยงานรัฐบาลกลางมีอำนาจดำเนินคดีคู่ขนานกับรัฐได้เสมอ นี่คือเหตุผลที่ผมย้ำเสมอว่าอย่าเทียบกฎหมายไก่ชนสหรัฐฯ กับกฎหมายไก่ชนไทยที่ยังมีกรอบให้เลี้ยงและแข่งขันได้ตามสนามที่ขึ้นทะเบียน สองระบบนี้คนละโลกกันเลย

สรุป: นักเลี้ยงไก่ชนไทยควรรู้อะไรก่อนไปสหรัฐฯ?

สรุปสั้นๆ คือ ห้ามพาไก่ชน อุปกรณ์ หรือแม้แต่คลิปวิดีโอการชนไก่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมใดๆ ในสหรัฐฯ เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย ประมูล หรือแค่ไปดูเป็นผู้ชม เพราะทุกรัฐมีโทษทางอาญาและรัฐบาลกลางก็ฟ้องซ้อนได้

สำหรับคนในวงการไก่ชนไทยที่ติดตาม ข่าวไก่ชน อยู่แล้ว ผมอยากให้มองเรื่องนี้เป็นบทเรียนเปรียบเทียบมากกว่าจะไปยุ่งเกี่ยวจริง เพราะบริบทกฎหมายไทยกับสหรัฐฯ ต่างกันคนละขั้ว — บ้านเรายังมีสนามชนไก่ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง มีกรรมการตัดสิน มีมาตรฐานสายพันธุ์ชัดเจน ขณะที่สหรัฐฯ ปิดประตูเรื่องนี้ไปหมดแล้วทั้งประเทศตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ถ้าคุณเป็นเจ้าของฟาร์มหรือนักธุรกิจที่คิดจะส่งออกไก่สายพันธุ์ไทยไปสหรัฐฯ ในนามการค้าสัตว์เลี้ยงทั่วไป ต้องแยกเอกสารและวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะแค่ข้อสงสัยว่าไก่อาจถูกใช้ชนกันก็พอให้ศุลกากรอายัดสินค้าและเปิดการสอบสวนได้แล้ว (เรื่องนี้ผมเคยเห็นเคสจริงที่เอกสารไม่ครบแล้วโดนกักที่ด่านศุลกากรนานหลายสัปดาห์ เสียทั้งเวลาทั้งเงิน) ความรอบคอบตรงนี้สำคัญกว่าการรีบทำกำไรระยะสั้นมาก

a Thai gamefowl breeder examining a rooster closely in a traditional bamboo coop, daylight setting

อยากเช็กมาตรฐานสนามชนไก่และกติกาตัดสินที่ใช้จริงในไทยตอนนี้ ไปดูต่อได้ที่ กติกาสนามไก่ชนไทยฉบับล่าสุด และ วิธีเลือกซื้อไก่ชนสายพันธุ์แท้

เรียนรู้เพิ่มเติม

Frequently Asked Questions

Q: บทลงโทษไก่ชนตามรัฐ (cockfighting penalties by state) คืออะไร?

A: คือชุดกฎหมายอาญาที่แต่ละรัฐในสหรัฐฯ กำหนดเองสำหรับผู้จัด ผู้ร่วม หรือผู้ชมการชนไก่เพื่อพนัน โดยความรุนแรงต่างกันมาก ตั้งแต่ misdemeanor ปรับหลักพันดอลลาร์ไปจนถึง felony คุกสูงสุด 10 ปีอย่างโอคลาโฮมา ทุกรัฐห้ามหมดแล้วตั้งแต่ปี 2008 แต่รายละเอียดโทษยังต่างกันตามกฎหมายท้องถิ่นของแต่ละรัฐ

Q: รัฐไหนในสหรัฐฯ ลงโทษไก่ชนหนักที่สุด?

A: โอคลาโฮมาคือรัฐที่โทษหนักที่สุด ด้วยคุกสูงสุด 10 ปีและปรับ 25,000 ดอลลาร์ตั้งแต่ความผิดครั้งแรก. รองลงมาคือเท็กซัสและแอริโซนาที่จัดเป็น felony เช่นกัน ขณะที่ลุยเซียนาแม้เป็นรัฐสุดท้ายที่แบนแต่โทษครั้งแรกยังเป็น misdemeanor เบากว่ามาก

Q: ไก่ชนผิดกฎหมายทุกรัฐในสหรัฐฯ แล้วจริงไหม?

A: จริง ทั้ง 50 รัฐห้ามไก่ชนเพื่อพนันแล้วตั้งแต่ลุยเซียนายกเลิกเป็นรัฐสุดท้ายในปี 2008. นอกจากกฎหมายรัฐ ยังมีกฎหมายรัฐบาลกลางอย่าง Animal Welfare Act ซ้อนทับอีกชั้น ทำให้แม้แต่การขนย้ายไก่ข้ามรัฐเพื่อจุดประสงค์นี้ก็ผิดกฎหมายรัฐบาลกลางด้วย

Q: ถ้าโดนจับข้อหาไก่ชนในสหรัฐฯ ต้องทำยังไงเป็นขั้นตอนแรก?

A: ขั้นตอนแรกคือหยุดพูดกับเจ้าหน้าที่ทันทีและติดต่อทนายความที่เชี่ยวชาญกฎหมายอาญารัฐนั้นโดยเฉพาะ. เพราะโทษต่างกันมากในแต่ละรัฐ ทนายท้องถิ่นจะรู้ว่าคดีนี้จะถูกฟ้องแบบ felony หรือ misdemeanor และมีโอกาสต่อรองลดโทษหรือไม่ อย่าพยายามแก้ต่างด้วยตัวเองเด็ดขาด

Q: บทลงโทษไก่ชนในสหรัฐฯ กับไทยต่างกันยังไง?

A: ต่างกันคนละขั้ว สหรัฐฯ ห้ามหมดทุกรัฐและมีโทษอาญาทั้งระดับรัฐและรัฐบาลกลาง ขณะที่ไทยยังมีสนามชนไก่ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องภายใต้กรอบกฎหมายเฉพาะ. การเปรียบเทียบตรงนี้สำคัญมากถ้าคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับไก่ชนข้ามประเทศ เพราะเอกสารและใบอนุญาตที่ใช้ได้ในไทยจะไม่มีผลใดๆ เลยในสหรัฐฯ

Q: ค่าปรับไก่ชนในสหรัฐฯ แพงสุดกี่ดอลลาร์?

A: แพงสุดพบในแอริโซนาที่ค่าปรับอาจพุ่งถึงหลักแสนดอลลาร์เมื่อรวมกฎหมาย racketeering เข้ามาด้วย. ส่วนโอคลาโฮมาอยู่ที่ 25,000 ดอลลาร์ แคลิฟอร์เนียสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำอยู่ที่ 50,000 ดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่รวมค่าทนายและค่าเสียโอกาสทางธุรกิจที่ตามมา

Q: ทำไมกฎหมายไก่ชนแต่ละรัฐในสหรัฐฯ ถึงไม่เหมือนกัน?

A: เพราะกฎหมายอาญาส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ เป็นอำนาจของแต่ละรัฐ ไม่ใช่รัฐบาลกลางเพียงฝ่ายเดียว. แต่ละรัฐจึงออกกฎหมายตามบริบทวัฒนธรรมและแรงกดดันทางการเมืองของตัวเอง อย่างลุยเซียนาที่มีมรดกวัฒนธรรมไก่ชนเข้มแข็งจึงออกกฎหมายแบบไต่ระดับ ต่างจากโอคลาโฮมาที่ใช้ felony ทันทีตั้งแต่ครั้งแรก

เรียนรู้เพิ่มเติม

// End Of Briefing

Ready for the Next Mission?

ข่าวไก่ชน · Intel Archive · No. 01

บทความที่เกี่ยวข้อง