ข้ามไปยังเนื้อหา Skip to content
ข่าวไก่ชน
Back to Archive
Briefing

ในครัวไก่ชน: 5 ขั้นเพิ่มกล้าม

อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามต้องเริ่มจากโภชนาการครบ ไม่ใช่เทข้าวเปลือกเพิ่มแล้วหวังให้กล้ามแน่น เพราะกล้ามเนื้อเกิดจากโปรตีน พลังงาน วิตามิน แร่ธาตุ การพัก และการฝึกที่พอดีร่วมกัน เว็บไซต์ข่าวไก่ชนให้แนวทางสำ...

12 ตุลาคม 2569 5 min read
ในครัวไก่ชน: 5 ขั้นเพิ่มกล้าม

ในครัวไก่ชน: 5 ขั้นเพิ่มกล้าม

อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามต้องเริ่มจากโภชนาการครบ ไม่ใช่เทข้าวเปลือกเพิ่มแล้วหวังให้กล้ามแน่น เพราะกล้ามเนื้อเกิดจากโปรตีน พลังงาน วิตามิน แร่ธาตุ การพัก และการฝึกที่พอดีร่วมกัน เว็บไซต์ข่าวไก่ชนให้แนวทางสำหรับผู้เลี้ยงในประเทศไทย โดยเน้นไก่ชนวัยสร้างตัวและไก่โตที่ต้องการเพิ่มมวลกล้ามอย่างปลอดภัย หลักสำคัญคือใช้โปรตีนประมาณ 16–20% ของอาหารตามช่วงวัย แบ่งอาหารเป็น 2–3 มื้อ ชั่งน้ำหนักทุก 7 วัน และปรับปริมาณทีละ 5–10% ไม่ใช่เปลี่ยนสูตรทันทีในคืนเดียว ไก่หนัก 2.2 กิโลกรัมไม่ควรกินเท่ากับไก่หนัก 3 กิโลกรัม และอาหารเสริมไม่สามารถแก้สูตรอาหารพื้นฐานที่ผิดได้ คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือเริ่มจากอาหารคุณภาพ น้ำสะอาด โรงเรือนแห้ง แล้วจดน้ำหนัก อุจจาระ ความอยากอาหาร และการฟื้นตัวเป็นรายวัน

Fruit Party 2 · ทดลองเล่นฟรี

Thai gamefowl standing beside measured feed bowls in a clean shaded coop, morning sunlight

สรุปให้ชัด: อาหารอะไรช่วยเพิ่มกล้ามไก่ชน?

อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามที่เหมาะสมควรประกอบด้วยโปรตีนย่อยง่าย พลังงานจากธัญพืช ไขมันในระดับพอดี รวมถึงแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินที่จำเป็น โดยไก่โตแข็งแรงมักเริ่มจากอาหารสำเร็จรูปคุณภาพ 16–18% โปรตีน แล้วเสริมวัตถุดิบอย่างไข่ต้ม ปลาป่น หรือหนอนแมลงในปริมาณจำกัด การเพิ่มกล้ามไม่ควรเร่งจนไก่อ้วน เพราะน้ำหนักส่วนเกินทำให้เคลื่อนไหวช้าลงและเพิ่มภาระหัวใจ ทางเลือกที่แม่นกว่าคือปรับอาหารตามน้ำหนักตัว อุจจาระ และสภาพกล้ามเนื้อ พร้อมขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์เมื่อไก่ซึม ท้องเสีย หรือกินอาหารลดลง

แนวทางจาก กรมปศุสัตว์ ให้ความสำคัญกับน้ำสะอาด สุขอนามัย และการป้องกันโรคก่อนมองหาอาหารเสริม เพราะไก่ที่มีพยาธิหรือระบบย่อยอาหารผิดปกติย่อมใช้สารอาหารได้ไม่เต็มที่ ประเด็นนี้เจ้าของจำนวนมากมองข้ามอย่างน่าเสียดาย เห็นไก่ผอมก็ซื้อของเพิ่ม ทั้งที่ปัญหาอาจอยู่ที่น้ำสกปรกหรืออาหารขึ้นราเสียด้วยซ้ำ

ลองศึกษาแนวทางดูแลพื้นฐานก่อนเริ่มปรับสูตรจริง เพื่อไม่ต้องเสียเงินแก้ปัญหาที่เกิดจากความรีบร้อน

เรียนรู้เพิ่มเติม

เจ้าของไก่ชนเห็นอะไรจริงจากการให้อาหาร?

เจ้าของไก่ชนจะเห็นกล้ามเนื้อพัฒนาได้จริงเมื่อสูตรอาหารให้โปรตีนเพียงพอ พลังงานไม่เกินความต้องการ และมีตารางฝึกกับพักที่สม่ำเสมอ โดยการเปลี่ยนแปลงที่ควรติดตามคือ น้ำหนัก เส้นอก ความกระชับของกล้ามเนื้อ ความอยากอาหาร และเวลาฟื้นตัวหลังการเดินหรือออกกำลังเบา ๆ ไม่ใช่ดูเพียงรูปร่างภายนอกอย่างเดียว

จากประสบการณ์เลี้ยงไก่หลายรุ่น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 100–150 กรัมใน 2–3 สัปดาห์อาจเป็นผลดีในไก่ผอม แต่ถ้าน้ำหนักพุ่งเร็วพร้อมท้องป่องและเคลื่อนไหวน้อย มักเป็นไขมันหรืออาหารค้าง ไม่ใช่กล้ามแท้ วิธีตรวจที่เป็นระบบคือชั่งเวลาเดิม ใช้เครื่องชั่งเดิม และบันทึกคะแนนสภาพร่างกายทุก 7 วัน นักเลี้ยงที่ไม่จดตัวเลขกำลังใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องมือวัด ซึ่งพลาดกันมาเยอะแล้ว (ผมก็เคยพลาดจนต้องเริ่มนับใหม่ทั้งคอก)

สูตรพื้นฐานต่อวันอาจแบ่งเป็นรายการดังนี้

  1. อาหารสำเร็จรูปคุณภาพ 70–85% ของปริมาณอาหารทั้งหมด
  2. ธัญพืชหรือข้าวเปลือกสะอาด 10–20% ตามระดับกิจกรรม
  3. แหล่งโปรตีนเสริม 5–10% เช่น ไข่ต้ม ปลาป่น หรือแมลงอบแห้ง
  4. ผักใบเขียวปริมาณเล็กน้อยเพื่อเพิ่มใยอาหาร
  5. น้ำสะอาดเปลี่ยนใหม่อย่างน้อยวันละ 1–2 ครั้ง

ไม่ควรใช้เนื้อดิบ อาหารเค็ม อาหารทอด หรือวัตถุดิบที่มีกลิ่นหืน เพราะความเสี่ยงด้านเชื้อโรคและระบบย่อยอาหารสูงกว่าประโยชน์ที่ได้รับ อาหารเสริมหลายชนิดโฆษณาว่าเร่งกล้ามใน 7 วัน แต่กล้ามเนื้อจริงไม่ทำงานตามคำโฆษณา การสร้างเนื้อเยื่อและการฟื้นตัวต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายสัปดาห์ และต้องมีการพักที่เหมาะสมด้วย

คู่มือเลือกอาหารไก่ชนสำหรับมือใหม่

3 เรื่องใดสำคัญที่สุดต่อการเพิ่มกล้ามไก่ชน?

สามเรื่องที่สำคัญที่สุดคือโปรตีนที่พอดี พลังงานที่สมดุล และการฟื้นตัวที่เพียงพอ อาหารที่มีโปรตีนสูงแต่พลังงานต่ำอาจทำให้ไก่ผอมและซึม ขณะที่อาหารพลังงานสูงเกินไปจะสะสมไขมันแทนกล้ามเนื้อ ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องประเมินสูตรอาหารร่วมกับน้ำหนัก กิจกรรม และสุขภาพของไก่ทุกสัปดาห์ ไม่ใช่เลือกจากเปอร์เซ็นต์โปรตีนเพียงตัวเดียว

1. โปรตีนต้องเหมาะกับวัย

ไก่ชนวัยรุ่นที่กำลังเติบโตอาจต้องการโปรตีนราว 18–20% ในอาหาร ขณะที่ไก่โตที่รักษาสภาพร่างกายอาจใช้ช่วง 16–18% ได้ ทั้งนี้ตัวเลขจริงขึ้นกับสายพันธุ์ น้ำหนัก ระดับกิจกรรม และสุขภาพ ระบบย่อยอาหารของไก่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อจากโปรตีนทั้งหมด หากให้มากเกินไป ไนโตรเจนส่วนเกินจะถูกขับออกและเพิ่มภาระการเผาผลาญ

แหล่งโปรตีนควรมีคุณภาพและสะอาด เช่น อาหารสำเร็จรูปที่ระบุฉลากชัดเจน ไข่ต้มสุก หรือปลาป่นจากแหล่งเชื่อถือได้ การใช้ปลาป่นมากเกินไปทำให้กลิ่นอาหารแรงและอาจทำให้สูตรแร่ธาตุไม่สมดุล ก่อนซื้อควรตรวจวันผลิต วันหมดอายุ กลิ่น และสภาพถุงเสมอ มาตรฐานด้านอาหารสัตว์จาก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เน้นความปลอดภัยของวัตถุดิบและการควบคุมการปนเปื้อน ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้เลี้ยงไม่ควรต่อรอง

2. พลังงานต้องพอ ไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งดี

ข้าวโพด ข้าวเปลือก ข้าวสุก และธัญพืชให้พลังงาน แต่ต้องเลือกและจัดปริมาณตามการเคลื่อนไหว ไก่ที่พักมากแต่ได้รับธัญพืชจำนวนมากจะสะสมไขมันเร็ว โดยเฉพาะบริเวณอกและท้อง ทำให้ภาพรวมดูใหญ่ขึ้นแต่ความกระชับลดลง แนวทางที่แม่นคือเพิ่มธัญพืชทีละ 5% แล้วติดตามน้ำหนักกับอุจจาระ 3–7 วัน หากมูลเหลวหรือไก่กินอาหารหลักลดลง ให้ถอยกลับทันที

3. การพักคือส่วนหนึ่งของสูตรอาหาร

กล้ามเนื้อไม่ได้โตระหว่างการฝึกอย่างเดียว แต่ฟื้นตัวในช่วงพัก หากไก่ถูกฝึกหนักทุกวัน นอนในที่เสียงดัง หรืออยู่ในโรงเรือนร้อนเกินไป อาหารดีแค่ไหนก็ให้ผลไม่เต็มที่ โรงเรือนควรแห้ง ระบายอากาศดี มีร่มเงา และลดความเครียดจากสุนัข คน หรือไก่ตัวอื่นที่รบกวน การปรับอาหารโดยไม่ปรับสภาพแวดล้อมจึงเหมือนเติมน้ำมันให้เครื่องยนต์ที่มีปัญหา เสียเงินและเสียเวลาอย่างมีระบบ

เรียนรู้เพิ่มเติม

ปัญหาเฉพาะหน้าและจุดพลาดที่ต้องระวังคืออะไร?

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือไก่ไม่เพิ่มกล้ามแม้กินมาก ท้องเสียหลังเปลี่ยนอาหาร และน้ำหนักเพิ่มแต่เคลื่อนไหวช้าลง สาเหตุหลักมักมาจากการเปลี่ยนสูตรเร็วเกินไป อาหารเสีย พยาธิ ความเครียด หรือการให้พลังงานมากกว่าโปรตีนที่ใช้สร้างเนื้อเยื่อ การแก้ไขควรหยุดอาหารเสริมที่ไม่จำเป็น ตรวจน้ำและวัตถุดิบ แล้วปรึกษาสัตวแพทย์หากอาการต่อเนื่องเกิน 24–48 ชั่วโมง

ข้อมูลที่คนเลี้ยงมักไม่ค่อยพูดถึงคือความชื้นของอาหาร อาหารเม็ดหรือวัตถุดิบที่เก็บในพื้นที่ร้อนชื้นอาจเสื่อมคุณภาพก่อนวันหมดอายุ โดยเฉพาะถุงที่เปิดแล้วเก็บเกิน 30 วัน การเก็บในภาชนะปิดสนิท วางสูงจากพื้น และใช้ให้หมดภายใน 2–4 สัปดาห์หลังเปิด ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก อีกประเด็นคือการให้วิตามินรวมซ้ำกับอาหารสำเร็จรูป อาจทำให้ได้รับวิตามินบางชนิดเกินความจำเป็น ไม่ได้ทำให้กล้ามใหญ่ขึ้นแบบทวีคูณ

อาการต่อไปนี้ควรหยุดปรับสูตรด้วยตัวเองและพบสัตวแพทย์

  • ไม่กินอาหารต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง
  • อุจจาระเหลว มีเลือด หรือมีกลิ่นผิดปกติ
  • หายใจหอบ ซึม หรือยืนไม่มั่นคง
  • น้ำหนักลดเกิน 5% ใน 7 วัน
  • ขนฟูและตอบสนองช้ากว่าปกติ

อย่าฝืนฝึกไก่ที่ป่วย และอย่าใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีคำแนะนำ เพราะการใช้ยาไม่เหมาะสมเพิ่มความเสี่ยงเชื้อดื้อยา แนวทางสุขภาพสัตว์ของ องค์การสุขภาพสัตว์โลก ให้ความสำคัญกับการใช้ยาอย่างรับผิดชอบและการป้องกันโรค ซึ่งดีกว่ารอให้ปัญหาลุกลามแล้วค่อยไล่แก้ทีหลัง

Thai poultry keeper weighing a gamefowl and recording body condition beside a veterinary notebook

สูตรอาหารไก่ชนแบบไหนเหมาะกับการใช้งานจริง?

สูตรที่ใช้งานจริงควรเรียบง่าย ตรวจสอบได้ และปรับตามข้อมูล ไม่จำเป็นต้องมีวัตถุดิบสิบชนิดในถังเดียว สำหรับไก่โตสุขภาพดี น้ำหนักประมาณ 2–3 กิโลกรัม อาจเริ่มจากอาหารสำเร็จรูป 16–18% โปรตีนเป็นหลัก แล้วเสริมโปรตีนสุกเล็กน้อย 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยลดธัญพืชลงเมื่อเห็นน้ำหนักขึ้นเร็ว การกำหนดปริมาณต้องยึดฉลากอาหารและคำแนะนำสัตวแพทย์เป็นหลัก เพราะความต้องการของไก่แต่ละตัวไม่เท่ากัน

ตัวอย่างตารางดูแลที่ปลอดภัยกว่าการเร่งอาหารมีดังนี้

ช่วงเวลา แนวทาง
เช้า อาหารหลัก น้ำสะอาด และตรวจมูล
กลางวัน พักในที่ร่ม ตรวจความร้อนและการหอบ
เย็น อาหารหลักในปริมาณพอดี ตรวจการกิน
ทุก 7 วัน ชั่งน้ำหนัก วัดแนวโน้ม และปรับไม่เกิน 5–10%
ทุก 2–4 สัปดาห์ ตรวจสภาพอาหาร ภาชนะ และโรงเรือน

จุดที่มีข้อมูลเชิงปฏิบัติชัดเจนคือการเปลี่ยนอาหารควรใช้เวลา 5–7 วัน โดยผสมสูตรใหม่กับสูตรเดิมทีละน้อย ไม่ใช่เททิ้งแล้วเปลี่ยนทันที วิธีนี้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารปรับตัวและทำให้ผู้เลี้ยงเห็นว่าอาการผิดปกติเกิดจากอาหารหรือปัจจัยอื่น หากไก่ตัวใดมีโรคประจำตัวหรือเคยมีปัญหาไตและตับ ควรหลีกเลี่ยงการเพิ่มโปรตีนด้วยตัวเองจนกว่าจะได้รับคำแนะนำเฉพาะ

ตารางฝึกและพักไก่ชนอย่างเหมาะสม

ก่อนนำสูตรไปใช้ทั้งคอก ควรทดลองกับไก่เพียง 1–2 ตัวเป็นเวลา 7 วัน บันทึกน้ำหนัก ปริมาณอาหาร มูล และพฤติกรรม แล้วค่อยตัดสินใจ วิธีนี้อาจไม่เร้าใจเท่าคำโฆษณาเร่งกล้าม แต่ลดความเสียหายได้จริง และความเสียหายจากอาหารผิดสูตรนั้นแก้ยากกว่าการรอหนึ่งสัปดาห์มาก

Clean Thai gamefowl feed storage with labeled containers, digital scale, boiled eggs, and grains

บทสรุป: อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามควรเริ่มอย่างไร?

อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามที่ดีที่สุดไม่ใช่สูตรลับราคาแพง แต่คือสูตรที่มีโปรตีนเหมาะกับวัย พลังงานพอดี วัตถุดิบสะอาด น้ำเพียงพอ และมีการพักฟื้นอย่างเป็นระบบ เริ่มจากอาหารหลัก 16–18% โปรตีนสำหรับไก่โต ปรับปริมาณทีละ 5–10% ชั่งน้ำหนักทุก 7 วัน และเปลี่ยนสูตรอย่างน้อย 5–7 วันเพื่อป้องกันท้องเสีย อย่าตัดสินผลจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว ให้ดูความกระชับ ความคล่องตัว มูล และความอยากอาหารร่วมกันด้วย เว็บไซต์ข่าวไก่ชนแนะนำให้ผู้เลี้ยงจดข้อมูลจริงและปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติ เพราะสุขภาพมาก่อนรูปร่างเสมอ ไก่ที่แข็งแรงและฟื้นตัวดีคือผลลัพธ์ที่มีคุณค่า ไม่ใช่ไก่ที่หนักที่สุดบนตาชั่ง

หากต้องการต่อยอด ให้เลือกอ่านหัวข้อที่เกี่ยวข้องและวางแผนเป็นรายสัปดาห์แทนการทดลองแบบเดาสุ่ม

เรียนรู้เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามคืออะไร?

ตอบ: อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามคืออาหารที่ให้โปรตีน พลังงาน วิตามิน และแร่ธาตุสมดุล เพื่อสนับสนุนการสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ไม่ใช่อาหารที่เน้นโปรตีนสูงอย่างเดียว สำหรับไก่โตมักเริ่มจากอาหารสำเร็จรูปประมาณ 16–18% โปรตีน แล้วปรับตามน้ำหนักและกิจกรรม อาหารเสริมอย่างไข่ต้มหรือปลาป่นควรให้ในปริมาณจำกัดและต้องสดสะอาด หากไก่มีอาการป่วย ควรรักษาสาเหตุก่อนเพิ่มอาหาร

ถาม: ควรให้อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามวันละกี่มื้อ?

ตอบ: โดยทั่วไปควรแบ่งอาหารไก่ชนเป็นวันละ 2 มื้อ และอาจเพิ่มเป็น 3 มื้อสำหรับไก่ที่กินได้น้อยหรืออยู่ในช่วงฟื้นตัว การแบ่งมื้อช่วยลดการกินรวดเดียวและทำให้ติดตามปริมาณได้ง่าย ควรให้อาหารเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน พร้อมเปลี่ยนน้ำอย่างน้อยวันละ 1–2 ครั้ง หากเหลืออาหารมาก ควรลดปริมาณครั้งถัดไปแทนการปล่อยค้างจนเสีย

ถาม: อาหารเม็ดกับข้าวเปลือก แบบไหนเพิ่มกล้ามดีกว่า?

ตอบ: อาหารเม็ดคุณภาพเหมาะเป็นอาหารหลักมากกว่าข้าวเปลือก เพราะควบคุมโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุได้ชัดเจนกว่า ข้าวเปลือกให้พลังงานและช่วยเพิ่มความหลากหลาย แต่มีโปรตีนและสารอาหารบางชนิดไม่ครบ จึงไม่ควรใช้แทนอาหารหลักทั้งหมด ผู้เลี้ยงอาจผสมธัญพืชในสัดส่วน 10–20% แล้วติดตามน้ำหนัก มูล และความกระฉับกระเฉงเป็นเวลา 7 วันก่อนปรับเพิ่ม

ถาม: ทำไมไก่กินอาหารเยอะแต่ไม่มีกล้าม?

ตอบ: ไก่ที่กินมากแต่ไม่มีกล้ามอาจมีปัญหาพยาธิ การย่อยอาหาร อาหารโปรตีนต่ำ หรือได้รับพลังงานไม่สมดุล ควรตรวจอุจจาระ ความสดของอาหาร น้ำหนัก และพฤติกรรมก่อนเพิ่มอาหารเสริม การเพิ่มปริมาณทันทีอาจทำให้ท้องเสียหรืออ้วนขึ้นโดยไม่สร้างกล้าม หากน้ำหนักลดเกิน 5% ใน 7 วัน ซึม หรือไม่กินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง ควรพบสัตวแพทย์

ถาม: อาหารเสริมช่วยเพิ่มกล้ามไก่ชนได้เร็วแค่ไหน?

ตอบ: อาหารเสริมไม่ได้ทำให้กล้ามไก่ชนเพิ่มในไม่กี่วันอย่างน่าเชื่อถือ เพราะการสร้างกล้ามต้องใช้หลายสัปดาห์และขึ้นกับอาหารหลัก การพัก และสุขภาพ อาจเห็นน้ำหนักเปลี่ยนใน 2–3 สัปดาห์ แต่ต้องแยกให้ออกว่าเป็นกล้าม น้ำ หรือไขมัน ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระบุส่วนผสมหรือแหล่งผลิตชัดเจน และไม่ควรให้วิตามินรวมซ้ำหลายชนิดโดยไม่มีคำแนะนำ

ถาม: ต้องใช้งบเท่าไรในการจัดอาหารไก่ชนเพิ่มกล้าม?

ตอบ: งบอาหารขึ้นกับน้ำหนักไก่ ยี่ห้ออาหาร และปริมาณวัตถุดิบ แต่การเริ่มด้วยอาหารสำเร็จรูปคุณภาพหนึ่งถุงกับน้ำสะอาดมักคุ้มกว่าซื้ออาหารเสริมหลายชนิด การเพิ่มไข่ต้มหรือโปรตีนเสริมเพียง 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ควรคำนวณต้นทุนต่อวันและตรวจอาหารเหลือเพื่อป้องกันการเทเกิน สูตรที่แพงที่สุดไม่ใช่สูตรที่ดีที่สุด หากไม่มีข้อมูลน้ำหนักและสุขภาพรองรับ

ถาม: ถ้าไก่ท้องเสียหลังเปลี่ยนอาหารควรทำอย่างไร?

ตอบ: ให้หยุดการเพิ่มวัตถุดิบใหม่ ตรวจอาหารและน้ำ แล้วกลับไปใช้สูตรเดิมที่ไก่กินได้ก่อน พร้อมเฝ้าดูอาการ 24 ชั่วโมง การเปลี่ยนสูตรควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไปภายใน 5–7 วัน และควรล้างภาชนะทุกวัน หากถ่ายเหลวต่อเนื่อง มีเลือด ซึม ขาดน้ำ หรือไม่กินอาหาร ควรพบสัตวแพทย์ทันที อย่าใช้ยาปฏิชีวนะเองเพราะอาจบดบังอาการและทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา

คำถามสุขภาพไก่ชนที่พบบ่อย

หากคุณต้องการจัดระบบอาหารให้แม่นกว่าเดิม ให้เริ่มจากบันทึกน้ำหนัก 7 วัน ตรวจวัตถุดิบทุกครั้ง และเปลี่ยนทีละอย่างเท่านั้น นี่คือวิธีของคนที่อยากเห็นผลจริง ไม่ใช่คนที่หวังให้ไก่ตอบแทนความขี้เกียจด้วยกล้ามเนื้อในชั่วข้ามคืน

เรียนรู้เพิ่มเติม

// End Of Briefing

Ready for the Next Mission?

ข่าวไก่ชน · Intel Archive · No. 01

บทความที่เกี่ยวข้อง